พระพุทธมณีปัทมาเทวานพเคราะห์
พระพุทธมณีปัทมาเทวานพเคราะห์
พุทธานุภาพและพลังแห่งจักรวาล
เปรียบประดุจดังพลังแห่งพระโพธิสัตว์ ฉุดช่วยเหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลาย
พระพุทธมณีปัทมาเทวานพเคราะห์ เป็นพระพุทธปฏิมากรที่มีพุทธลักษณะโดดเด่น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงแนวคิดที่ได้รับอิทธิพลจากพุทธศิลป์และองค์ความรู้ด้านโหราศาสตร์โบราณ โดยมีพุทธลักษณะประทับนั่งขัดสมาธิเพชรแบบปรีชาญาณ ประทับนั่งขัดสมาธิเพชรแบบปางพิชิตมาร ประทับนั่งขัดสมาธิเพชรแบบปางมหามุทรา บนฐานดอกบัวกลีบใหญ่ซึ่งเปรียบดั่งเป็นมณีปัทมา
มณี หมายถึง ความเมตตา กรุณา เจตนาอันบริสุทธิ์เพื่อบรรลุธรรม
ปัทมา คือดอกบัวที่หมายถึง ภูมิปัญญา การเดินทางที่มุ่งสู่การตรัสรู้หรือนิพพาน
มณีปัทมา จึงเปรียบดั่งเป็นบัวแก้วอันบริสุทธิ์ทรงคุณค่า ดอกบัวนั้นเกิดจากโคนตมแต่เบ่งบานอย่างงดงามเหนือผิวน้ำเพื่อรับแสงอรุณอันเจิดจรัส พระนาม พระพุทธมณีปัทมาเทวานพเคราะห์ นี้ยังมีความเชื่อมโยงนัยยะถึงธารณีอันศักดิ์สิทธิ์ของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรอีกด้วย
ด้านพุทธศิลป์นั้นเป็นแบบร่วมสมัย มีพุทธลักษณะ พระพักตร์เรียวรูปไข่ พระเกตุมาลาแบบเปลวเพลิง แสดงถึงอิทธิพลของศิลปะสุโขทัยที่เน้นความอ่อนช้อย สงบ และสะท้อนถึงภาวการณ์ตรัสรู้ องค์พระห่มจีวรคลุมแบบเปิดไหล่ขวา มีริ้วจีวร มีสังฆาฏิพาดลงมาจรดพระนาภีชายสังฆาฏิเป็นกนกที่มีความอ่อนช้อยงดงามในแบบศิลปะไทยร่วมสมัย พระอิริยาบถประทับนั่งขัดสมาธิเพชรปางปรีชาญาณ พระอริยบทประทับนั่งขัดสมาธิเพชรปางพิชิตมาร และพระอริยบทประทับนั่งขัดสมาธิเพชรปางมหามุทรา โดยทั้ง 3 ปางมีฐานรองรับที่ประทับด้วยเทพนพเคราะห์ทั้ง 9 อันเป็นสัญลักษณ์ของพลังแห่งดวงดาวที่ส่งอิทธิพลต่อชีวิตมนุษย์ตามตำราคัมภีร์เฉลิมไตรภพ ดังนั้นการรังสรรค์พระพุทธปฏิมากรประทับเหนือเทพนพเคราะห์ จึงถือได้ว่าเป็นการหลอมรวมโหราศาสตร์โบราณให้เข้ากับงานด้านพุทธศิลป์
พระพุทธมณีปัทมาเทวานพเคราะห์ จึงจัดได้ว่าเป็นงานพุทธศิลป์ชั้นสูงที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความดีงาม ความบริสุทธิ์ ที่มีความงดงาม ประณีต วิจิตรบรรจง
เทพนพเคราะห์ทั้ง 9 ประกอบด้วย
1. พระอาทิตย์ (สุริยะเทพ) เป็นเทพแห่งพลังชีวิต ความเป็นผู้นำ และความสำเร็จ
2. พระจันทร์ (จันทราเทพ) เป็นเทพแห่งจิตใจ ความสงบ และปัญญาลึกซึ้ง
3. พระอังคาร เป็นเทพแห่งพลังงาน การต่อสู้ และความเข้มแข็ง
4. พระพุธ เป็นเทพแห่งสติปัญญา วาทศิลป์ และความชาญฉลาด
5. พระพฤหัสบดี เป็นเทพแห่งครูบาอาจารย์ ความรู้ และศีลธรรม
6. พระศุกร์ เป็นเทพแห่งศิลปะ ความงาม และความมั่งคั่ง
7. พระเสาร์ เป็นเทพแห่งความอดทน ความพากเพียร และการเปลี่ยนแปลง
8. พระราหู เป็นเทพแห่งเงามืด ความลี้ลับ และการท้าทายโชคชะตา
9. พระเกตุ เป็นเทพแห่งสิ่งเหนือธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน และโชคลาภ
พระพุทธรูปแต่ละปางมีความหมายและแสดงถึงนัยยะที่แตกต่างกัน ซึ่งเกี่ยวข้องกับพุทธประวัติและหลักธรรมที่สำคัญในพระพุทธศาสนา
1. ปางปรีชาญาณ
ปางนี้เป็นสัญลักษณ์ของพระพุทธเจ้าขณะกำลังนั่งสมาธิด้วยปรีชาญาณอันลึกซึ้ง ก่อนตรัสรู้ เป็นสภาวะที่พระองค์กำลังใช้ปัญญาพิจารณาธรรม เพื่อหาทางพ้นจากทุกข์
พุทธลักษณะของพระพุทธรูป ประทับนั่งขัดสมาธิ พระหัตถ์ทั้งสองวางบนตัก พระหัตถ์ขวาซ้อนทับพระหัตถ์ซ้าย ปลายนิ้วพระหัตถ์จรดกัน ลักษณะเดียวกับปางสมาธิ
แสดงถึงนัยยะในด้านเสริมสติปัญญาและสมาธิ ช่วยให้เกิดปรีชาญาณ การรู้ที่เกิดสติปัญญาจากภายใน เกิดความสงบร่มเย็นทางจิตใจ
2. ปางพิชิตมาร
ปางนี้เป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะเหนือกิเลสและมารร้าย หมายถึงช่วงเวลาที่พระพุทธเจ้าทรงเอาชนะพญามารที่มาขัดขวางการตรัสรู้
พุทธลักษณะของพระพุทธรูป ประทับนั่งขัดสมาธิ พระหัตถ์ซ้ายวางบนตัก ฝ่าพระหัตถ์หงายขึ้น ส่วนพระหัตถ์ขวาวางคว่ำที่พระชานุ (เข่า) นิ้วพระหัตถ์ชี้ลงพื้นดิน ซึ่งหมายถึง “การอัญเชิญพระแม่ธรณีเป็นพยาน”
แสดงถึงนัยยะในด้านป้องกันอุปสรรคและสิ่งชั่วร้าย ส่งเสริมความสำเร็จและความมั่นคง ช่วยให้มีชัยชนะเหนือศัตรูและชนะอุปสรรคปัญหาที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
3. ปางมหามุทรา
ปางนี้เกี่ยวข้องกับการแสดงธรรมขั้นสูงของพระพุทธเจ้า โดยแสดงถึงสัญลักษณ์ของปัญญา การตรัสรู้ และการถ่ายทอดธรรม
พุทธลักษณะ พระพุทธรูปประทับนั่งหรือยืน พระหัตถ์ทั้งสองยกขึ้นทำ “มหามุทรา” ซึ่งเป็นท่าทางพิเศษของพระหัตถ์ที่ใช้ในการแสดงธรรมโปรดสรรพสัตว์ มีการใช้นิ้วมือในลักษณะพิเศษเพื่อแสดงความหมายทางธรรมลึกซึ้ง
แสดงถึงนัยยะในด้านความอุดมสมบูรณ์ในด้านโภคทรัพย์ การมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง การส่งเสริมสติปัญญาและความรู้ การเจริญปัญญาและความเข้าใจธรรม การถ่ายทอดความรู้ได้ดี
พระพุทธรูปทั้ง 3 ปางนี้ล้วนมีความหมายลึกซึ้งและแสดงถึงช่วงเวลาสำคัญของพระพุทธเจ้าในกระบวนการตรัสรู้และเผยแผ่พระธรรม ผู้ที่บูชาหรือมีความศรัทธาสามารถนำหลักธรรมที่เกี่ยวข้องไปใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อความเจริญรุ่งเรืองทางจิตใจและปัญญา
พระพุทธมณีปัทมาเทวานพเคราะห์ จึงเป็นสัญลักษณ์แห่งพลังจักรวาลและพุทธานุภาพที่ช่วยให้ผู้ศรัทธาสามารถเข้าถึงปัญญา สมาธิ และการหลุดพ้นจากอิทธิพลของโชคชะตา นำไปสู่เส้นทางแห่งความสงบและความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตถือเป็นสุดยอดแห่งความเป็นสิริมงคลเมื่อได้มีไว้บูชาและยังถือเป็นพระประจำตระกูล เพื่อความสุขสวัสดิ์พิพัฒนมงคลและเป็นมรดกสืบทอดไปยังลูกหลานในภายหน้า เพื่อเป็นเครื่องเจริญพุทธานุสติและสืบทอดอายุพระพุทธศาสนา เพื่อฝากไว้เป็นสมบัติอันล้ำค่าของคนไทยสืบไป